ในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือสมเด็จ
พระปิยะมหาราช ทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างโครงการชลประทานป่าสักใต้
แต่ได้เริ่มดำเนินการในต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
และในปีพุทธศักราช 2467 จึงมี "เขื่อนพระราม 6" เกิดขึ้นในแม่น้ำป่าสัก
ท้องที่ ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นเขื่อน
ทดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย

     ในปีพุทธศักราช 2495 รัฐบาลให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการชลประทาน
"เจ้าพระยาใหญ่" โดยมีเขื่อนเจ้าพระยากั้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่่จังหวัดชัยนาท
ซึ่งก่อสร้างเสร็จในปีพุทธศักราช 2500 แล้วขุดคลองชัยนาท - ป่าสักเริ่มจาก
เหนือเขื่อนเจ้าพระยาที่ อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท และปลายคลอง
เชื่อมกับแม่น้ำป่าสักบริเวณเหนือเขื่อนพระรามหก และขุดคลอง
ชัยนาท - อยุุธยา มีปากคลองเริ่มจากบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเช่นกัน
ส่วนปลายคลองสิ้นสุดที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยโครงการ ดังกล่าวแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปีพุทธศักราช 2507

     ครั้นในปีพุทธศักราช 2517 สำนักชลประทานที่ 8 ได้รับความเห็นชอบจากกรม ชลประทาน ให้ทำการก่อสร้างที่ทำการขึ้นที่ ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี แล้วเปลี่ยนเป็นสำนักชลประทานที่ 8 ในปีพุทธศักราช 2543

     ต่อมาปีพุทธศักราช 2545 กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น 25 สำนัก กับอีก 6 กอง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะกำหนดกรอบอำนาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวงให้มี เป้าหมายที่ชัดเจน และลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงานโดยการจัดให้ส่วน ราชการที่ปฏิบัติงานสัมพันธ์กัน รวมไว้เป็นกลุ่มงาน เดียวกันอันเป็นพื้นฐานสำคัญในการปรับระบบการทำงานในรูปกลุ่มภารกิจ เพื่อให้สามารถกำหนดเป้าหมายและทิศทางการปฏิบัติงานของส่วน ราชการที่มีความเกี่ยวข้องให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทำให้มีการเปลี่ยนชื่อจากสำนักชลประทานที่ 8 เป็น

"สำนักชลประทานที่ 10"